วัดที่หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ จำพรรษาตั้งแต่ พ.ศ. 2505 จนมรณภาพในปี 2528 พื้นที่ 150 ไร่ ร่มครึ้มทั้งวัด จุดที่คนส่วนใหญ่เดินผ่านคือกุฏิโรงไฟ ที่หลวงปู่เรียกว่าโรงย่างกิเลส

พร้าวเป็นพื้นที่ที่พระสายวิปัสสนากรรมฐานหลายรูปเคยจาริกมาพำนัก จังหวัดเชียงใหม่จึงเปิดเส้นทาง “ตามรอย 4 พระอริยเจ้า อำเภอพร้าว” ขึ้นมาโดยเฉพาะ นอกจากนั้นยังมีวัดที่งดงามด้วยสถาปัตยกรรมจีนอยู่กลางทุ่งนาอีกแห่ง
วัดที่หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ จำพรรษาตั้งแต่ พ.ศ. 2505 จนมรณภาพในปี 2528 พื้นที่ 150 ไร่ ร่มครึ้มทั้งวัด จุดที่คนส่วนใหญ่เดินผ่านคือกุฏิโรงไฟ ที่หลวงปู่เรียกว่าโรงย่างกิเลส

พระมหาธาตุเจดีย์ที่ใหญ่ที่สุดของอำเภอ อายุราวเจ็ดร้อยสามสิบปี ตั้งบนที่ตั้งทัพเก่าของพญามังราย ยังปรากฏแนวคูเมืองเก่ารอบด้าน

หนึ่งในสี่จุดของเส้นทางตามรอย 4 พระอริยเจ้า ตั้งอยู่กลางทุ่งนาโหล่งขอด มีรูปปั้นหลวงปู่ขาว อนาลโย ขนาดใหญ่ให้กราบสักการะ

เดิมเป็นวัดร้างที่ชาวบ้านเรียกว่าวัดป่าแดง ต่อมาหลวงปู่มั่นจาริกมาจำพรรษาราวปี พ.ศ. 2482 ยังเหลือทางเดินจงกรมเดิมที่เรียงด้วยก้อนอิฐเก่าตลอดทาง

วัดในถ้ำที่ปรากฏในตำนานพระเจ้าเลียบโลก ว่าพระพุทธเจ้าเสด็จมาโปรดยักษ์สองผัวเมีย ยักษ์สำนึกผิดจึงนำดอกบัวคำใส่พานมาขอขมา อันเป็นที่มาของชื่อวัด
วัดเชิงเขาที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2470 ไฮไลต์คือมหาวิหารสถาปัตยกรรมจีนสีแดง เหลือง เขียว สร้างเมื่อ พ.ศ. 2547 ภายในประดิษฐานสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งแบบไทยและจีน

เป็นเส้นทางที่จังหวัดเชียงใหม่เปิดขึ้น ประกอบด้วยอนุสรณ์สถานบรรลุธรรมหลวงปู่ขาว อนาลโย ตำบลโหล่งขอด วัดดอยแม่ปั๋ง วัดพระธาตุกลางใจเมือง และวัดป่าอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต บ้านแม่กอย ตำบลเวียง
ตามตำนานพระเจ้าเลียบโลกที่จารึกด้วยภาษาไทยยวนและบาลี พระพุทธเจ้าเสด็จมาโปรดยักษ์สองผัวเมียที่ถ้ำแห่งนี้ ยักษ์สำนึกผิดจึงนำดอกบัวคำใส่พานมากล่าวขอขมา อันเป็นที่มาของชื่อวัด ตั้งอยู่ตำบลน้ำแพร่ ห่างจากที่ว่าการอำเภอราว 6.3 กิโลเมตร
ไฮไลต์คือมหาวิหารสถาปัตยกรรมจีนสีแดง เหลือง เขียว สร้างเมื่อ พ.ศ. 2547 หน้าบันไดมีรูปปั้นสิงโตขนาดใหญ่ ภายในประดิษฐานทั้งพระศรีอริยเมตไตรย พระโพธิสัตว์กวนอิม พระพรหม และเทพเซียนต่างๆ ตัววัดก่อตั้งมาตั้งแต่ พ.ศ. 2470