วัดร้างที่หลวงปู่มั่นเลือกมาพำนัก และยังเหลือทางเดินจงกรมเรียงด้วยก้อนอิฐเก่าให้เห็นจนถึงวันนี้ อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่
กดที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่
ก่อนจะเป็นวัดป่าอาจารย์มั่น ที่นี่คือวัดร้างที่ชาวบ้านเรียกกันว่า วัดป่าแดง มีเรื่องเล่าว่ามอญเป็นผู้สร้างไว้แต่เดิม
ราวปี พ.ศ. 2482 หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต จาริกมาพำนักและจำพรรษาที่นี่ ซึ่งเป็นช่วงที่ท่านอยู่ในภาคเหนือเพื่อแสวงหาความวิเวก
คนที่มาที่นี่มักตรงไปที่มณฑปรูปเหมือน แต่สิ่งที่มีค่าที่สุดในวัดคือทางเดินจงกรมเดิมที่เรียงด้วยก้อนอิฐเก่าตลอดทาง
ทางเดินจงกรมคือเส้นทางที่พระใช้เดินกลับไปกลับมาเพื่อเจริญสติ ก้อนอิฐที่เห็นคือของจริงจากยุคนั้น ไม่ได้สร้างขึ้นใหม่ — เป็นสิ่งเดียวในวัดที่หลวงปู่มั่นเคยสัมผัสจริง
สิ่งที่ทำให้วัดนี้พิเศษกว่าที่คนทั่วไปรู้ คือมันเคยเป็นที่พำนักของครูบาอาจารย์สายกรรมฐานหลายรูปในช่วงเวลาต่างกัน ได้แก่
การที่ครูบาอาจารย์ระดับนี้หลายรูปเลือกมาพำนักที่เดียวกัน แสดงว่าพร้าวเป็นจุดที่พระสายกรรมฐานรู้จักกันดีในหมู่ครูบาอาจารย์ ไม่ใช่ที่ที่บังเอิญผ่านมา
ในวัดยังมีศาลาที่หลวงปู่สิมสร้างไว้ ซึ่งเป็นอีกชั้นของประวัติศาสตร์ในพื้นที่เดียวกัน
วัดอยู่ที่ 75 หมู่ 6 บ้านแม่กอย ตำบลเวียง ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากตัวอำเภอ แวะได้สะดวกในทริปเดียวกับตัวเวียงพร้าว
ทางหลวง 1150 สายเชียงดาว – พร้าว – เวียงป่าเป้า สังเกตทางแยกที่กิโลเมตร 29–30 แล้วเข้าไปอีก 8 กิโลเมตร
ตั้งอยู่ที่ 75 หมู่ 6 บ้านแม่กอย ตำบลเวียง อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ อยู่ไม่ไกลจากตัวอำเภอ แวะได้สะดวกในทริปเดียวกับตัวเวียงพร้าว สอบถามได้ที่ 080-129-0545
เพราะก่อนที่หลวงปู่มั่นจะมาพำนัก ที่นี่เป็นวัดร้างที่ชาวบ้านเรียกกันว่าวัดป่าแดง มีเรื่องเล่าว่ามอญเป็นผู้สร้างไว้แต่เดิม ต่อมาราวปี พ.ศ. 2482 หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต จาริกมาจำพรรษาที่นี่
สิ่งที่มีค่าที่สุดคือทางเดินจงกรมเดิมที่เรียงด้วยก้อนอิฐเก่าตลอดทาง ซึ่งเป็นของจริงจากยุคที่หลวงปู่มั่นพำนัก นอกจากนั้นมีมณฑปประดิษฐานรูปเหมือนพระอาจารย์ฝ่ายวิปัสสนา และศาลาที่หลวงปู่สิมสร้างไว้
นอกจากหลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต ยังมีหลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ หลวงปู่ตื้อ อจลธมฺโม หลวงปู่ขาว อนาลโย และหลวงปู่เจี๊ยะ จุนฺโท เคยมาพำนักในช่วงเวลาต่างกัน แสดงว่าพร้าวเป็นจุดที่พระสายกรรมฐานรู้จักกันดี
เป็นวัดปฏิบัติธรรมที่ยังมีพระจำพรรษา ควรแต่งกายสุภาพปิดไหล่และเข่า ลดเสียงในบริเวณกุฏิและมณฑป ถอดรองเท้าก่อนขึ้นอาคาร และหลีกเลี่ยงการถ่ายรูปพระขณะปฏิบัติ