วัดคู่บ้านคู่เมืองของชาวพร้าว บนพื้นที่ 150 ไร่ที่ร่มครึ้มทั้งวัด เป็นที่ที่หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ จำพรรษาตั้งแต่ พ.ศ. 2505 จนมรณภาพในปี 2528 รวมยี่สิบสามปี
ชื่อ “วัดดอยแม่ปั๋ง” อาจไม่คุ้นหูคนนอกพื้นที่ แต่ถ้าพูดว่า “วัดหลวงปู่แหวน” คนไทยจำนวนมากจะนึกออกทันที หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ เป็นพระสายปฏิบัติกรรมฐาน ศิษย์ของหลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต และเป็นพระเกจิที่มีผู้ศรัทธาทั่วประเทศ
เรื่องเล่าที่ทำให้ท่านเป็นที่รู้จักในวงกว้าง เริ่มจากนักบินกองทัพอากาศคนหนึ่งที่กำลังบินอยู่เหนือน่านฟ้าบริเวณนี้ แล้วเห็นพระภิกษุชรานั่งวิปัสสนาอยู่บนก้อนเมฆ เมื่อกลับลงมาเล่าให้คนอื่นฟังและกางแผนที่หาว่าจุดนั้นคือที่ใด ก็พบว่าเป็นบริเวณเหนือดอยแม่ปั๋ง ชาวบ้านจึงบอกว่าน่าจะเป็นหลวงปู่แหวนที่พวกเขาเคารพนับถือ
ไม่ว่าจะเชื่อเรื่องเล่านี้หรือไม่ สิ่งที่เกิดขึ้นจริงคือคนหลั่งไหลมากราบท่านไม่ขาดสาย และภาพกับเหรียญของท่านกลายเป็นของที่หาได้ทุกหนแห่งในยุคนั้น
ในบรรดาสิ่งก่อสร้างทั้งหมดในวัด กุฏิหลังเล็กที่เรียกกันว่า “กุฏิโรงไฟ” คือจุดที่มีเรื่องเล่าหนักแน่นที่สุด
สมัยที่หลวงปู่อาพาธเป็นตุ่มคันทั้งตัวและการรักษาพยาบาลยังยากลำบาก ท่านขอให้สร้างเตาผิงในกุฏิสำหรับอบตัว ชาวบ้านจึงช่วยกันสร้างกุฏิขึ้นบนพื้นดิน โดยไม้ที่ใช้ทั้งพื้น ฝา และประตูบางแผ่นนำมาจากโลงศพที่ชาวบ้านเผาศพแล้ว ภายในก่อไฟลุกโชนตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง หลวงปู่อยู่ในนั้นเกือบตลอดเวลา ออกมาเฉพาะเวลาฉันอาหาร สรงน้ำ และเดินจงกรม
ชาวบ้านเรียกกุฏินี้ว่ากุฏิโรงไฟ แต่หลวงปู่เรียกมันว่า “โรงย่างกิเลส” ท่านนอนไฟอยู่เช่นนี้หลายปีจนอาการดีขึ้น จึงย้ายไปอยู่กุฏิหลังใหม่
ถ้าจะมีเหตุผลเดียวที่ควรเดินให้ทั่ววัดแทนที่จะกราบแล้วกลับ เหตุผลนั้นคือกุฏิหลังนี้
วัดนี้จัดการเรื่องผู้มาเยือนได้ดีกว่าวัดทั่วไปมาก มีดอกไม้ธูปเทียนแจกฟรี มีโรงทานขนาดเล็กตรงข้ามศาลาการเปรียญที่มีน้ำร้อน กาแฟ โอวัลติน บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ขนม และน้ำดื่มตลอดทั้งวัน มีที่นั่งดื่มน้ำสมุนไพร มีร่มให้ยืมเวลาแดดร้อนหรือฝนตก มีที่จอดรถ และห้องน้ำสะอาดหลายจุดพร้อมป้ายแยกชาย–หญิงชัดเจน
ขับจากตัวเมืองเชียงใหม่ตามทางหลวงหมายเลข 1001 สายเชียงใหม่ – แม่โจ้ – พร้าว ไปจนถึงหมู่บ้านแม่ปั๋ง ประมาณกิโลเมตรที่ 76 ทางด้านขวามือติดถนนสายหลักจะเห็นซุ้มสีขาว–ทอง ที่มีรูปปั้นหลวงปู่แหวนถือไม้เท้าอยู่ด้านบน เลี้ยวขวาเข้าไปประมาณ 350 เมตรจะเจอทางแยก มีป้ายบอกทางขึ้นวัดชัดเจน
หมุนดูได้รอบตัวก่อนตัดสินใจออกเดินทาง ใช้ได้ทั้งบนมือถือและคอมพิวเตอร์
เปิดให้เข้าสักการบูชาตั้งแต่เวลา 07.00 ถึง 18.00 น. ทุกวัน และสามารถเดินทางมากราบไหว้ได้ตลอดทั้งปี ไม่มีค่าเข้าชม โดยทางวัดจัดดอกไม้ธูปเทียนไว้ให้ผู้มากราบสักการะโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย
ใช่ครับ เป็นวัดเดียวกัน ชื่อทางการคือวัดดอยแม่ปั๋ง แต่คนทั่วไปมักเรียกว่าวัดหลวงปู่แหวน เพราะหลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ จำพรรษาที่นี่ตั้งแต่ พ.ศ. 2505 จนมรณภาพเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2528 สิริอายุ 98 ปี
ขับจากตัวเมืองเชียงใหม่ตามทางหลวงหมายเลข 1001 สายเชียงใหม่ – แม่โจ้ – พร้าว ถึงหมู่บ้านแม่ปั๋งประมาณกิโลเมตรที่ 76 จะเห็นซุ้มสีขาว-ทองที่มีรูปปั้นหลวงปู่แหวนอยู่ด้านบนทางขวามือ เลี้ยวขวาเข้าไปประมาณ 350 เมตรแล้วเลี้ยวตามป้าย
คือชื่อที่หลวงปู่แหวนเรียกกุฏิโรงไฟ ซึ่งเป็นกุฏิที่ชาวบ้านสร้างขึ้นสมัยที่ท่านอาพาธ โดยมีเตาผิงก่อไฟไว้ตลอด 24 ชั่วโมงเพื่ออบตัวรักษาอาการ ไม้ที่ใช้สร้างบางส่วนนำมาจากโลงศพที่ชาวบ้านเผาศพแล้ว ท่านนอนไฟอยู่หลายปีจนอาการดีขึ้น
มีมณฑปพิพิธภัณฑ์หลวงปู่แหวนที่เก็บอัฐิธาตุและเครื่องอัฐบริขาร กุฏิเก่าและกุฏิใหม่ที่มีหุ่นขี้ผึ้งของท่าน เจดีย์บรรจุอัฐิ อุโบสถ ศาลาการเปรียญ และสระบ่อปลาขนาดใหญ่ที่ให้อาหารปลาได้ นอกจากนี้ยังมีโรงทานเปิดตลอดวัน