กลางทุ่งนาโหล่งขอดคือจุดที่ศิษย์เอกของหลวงปู่มั่นบรรลุธรรมชั้นสูงสุด และเรื่องเล่าเริ่มจากข้าวในไร่ที่กำลังสุกเหลือง อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่
กดที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่
หลวงปู่ขาว อนาลโย เป็นศิษย์องค์สำคัญของหลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต และเป็นเจ้าอาวาสวัดถ้ำกลองเพล จังหวัดหนองบัวลำภู ท่านได้รับความเคารพในฐานะพระนักปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานสายหลวงปู่มั่น
สิ่งที่ทำให้โหล่งขอดสำคัญคือ ตามที่หลวงตามหาบัวระบุไว้ในหนังสือ ปฏิปทาของพระธุดงคกรรมฐานสายพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ท่านบรรลุธรรมชั้นสูงสุดในราวพรรษาที่ 16 ถึง 17 ณ สถานที่ซึ่งเรียกว่าโหล่งขอด ในอำเภอพร้าว
ตามข้อมูลของระบบสารสนเทศการท่องเที่ยวอำเภอพร้าว ท่านเดินธุดงค์จากภาคอีสานมาจำพรรษาบริเวณทุ่งปุยแห่งนี้ราวปี พ.ศ. 2485
บันทึกเล่าว่าเย็นวันหนึ่งหลังปัดกวาดเสร็จ ท่านออกจากที่พักไปสรงน้ำ แล้วเห็นข้าวในไร่ของชาวเขากำลังสุกเหลืองอร่าม ภาพนั้นทำให้เกิดคำถามขึ้นในใจ ซึ่งนำไปสู่การพิจารณาธรรมจนบรรลุในที่สุด
นี่คือเหตุผลว่าทำไมสถานที่แห่งนี้ถึงเป็นทุ่งนา ไม่ใช่วัดหรือถ้ำ — และทำไมภูมิทัศน์โดยรอบจึงเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องที่ควรรักษาไว้
สิ่งที่เห็นเด่นชัดที่สุดคือรูปเหมือนหลวงปู่ขาวขนาดใหญ่สีขาวตั้งอยู่กลางทุ่งนา มองเห็นได้จากถนนตั้งแต่ตอนลงเขาเข้าสู่โหล่งขอด
แต่ส่วนที่คนมักเดินผ่านคือพิพิธภัณฑ์อัฐบริขาร ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อเก็บอัฐิและรวบรวมเครื่องอัฐบริขารของท่าน — ของใช้จริงในชีวิตนักบวช ที่บอกเรื่องราวได้มากกว่ารูปปั้น
ในปี พ.ศ. 2566 พระอาจารย์โสภา สมโณ ได้นำศิษยานุศิษย์และชาวอำเภอพร้าวร่วมกันบูรณะ โดยยกรูปหล่อใหม่ขึ้นครอบองค์เดิม และปรับปรุงภูมิทัศน์โดยรอบ
ตำบลโหล่งขอดมีจุดสำคัญอีกแห่งที่ควรไปด้วยกัน
ถ้ามาช่วงกรกฎาคมถึงตุลาคม ทุ่งนารอบอนุสรณ์สถานจะเขียวจัด ส่วนตุลาคมถึงพฤศจิกายนข้าวจะเหลืองออกรวง ซึ่งใกล้เคียงกับภาพที่ปรากฏในเรื่องเล่ามากที่สุด
ทางหลวง 1150 สายเชียงดาว – พร้าว – เวียงป่าเป้า สังเกตทางแยกที่กิโลเมตร 29–30 แล้วเข้าไปอีก 8 กิโลเมตร
ตั้งอยู่กลางทุ่งนาในตำบลโหล่งขอด อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ บริเวณที่เรียกกันว่าทุ่งปุย มีรูปเหมือนหลวงปู่ขาวขนาดใหญ่สีขาว มองเห็นได้จากถนนตอนลงเขาเข้าสู่โหล่งขอด ไม่มีค่าเข้าชม
เพราะตามที่หลวงตามหาบัวระบุไว้ในหนังสือปฏิปทาของพระธุดงคกรรมฐานสายพระอาจารย์มั่น หลวงปู่ขาว อนาลโย บรรลุธรรมชั้นสูงสุดในราวพรรษาที่ 16 ถึง 17 ณ พื้นที่โหล่งขอดแห่งนี้ ท่านเดินธุดงค์จากภาคอีสานมาจำพรรษาราวปี พ.ศ. 2485
มีรูปเหมือนหลวงปู่ขาวขนาดใหญ่สีขาวให้กราบสักการะ และพิพิธภัณฑ์อัฐบริขารหลวงปู่ขาว อนาลโย ซึ่งเก็บอัฐิและรวบรวมเครื่องอัฐบริขารของท่าน ส่วนภูมิทัศน์โดยรอบยังคงเป็นทุ่งนาล้อมภูเขาแบบเดิม
เป็นพระนักปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานสายหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต และเป็นเจ้าอาวาสวัดถ้ำกลองเพล อำเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลำภู ท่านได้รับความเคารพนับถือจากพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศในฐานะศิษย์องค์สำคัญของหลวงปู่มั่น
เดือนกรกฎาคมถึงตุลาคมทุ่งนาโดยรอบจะเขียวจัดที่สุด ส่วนตุลาคมถึงพฤศจิกายนข้าวจะเหลืองออกรวง ซึ่งใกล้เคียงกับภาพในเรื่องเล่าการบรรลุธรรมมากที่สุด ควรเลี่ยงกุมภาพันธ์ถึงเมษายนซึ่งเป็นฤดูหมอกควันในภาคเหนือ