สถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงตามพระราชดำริ บนสันดอยที่มองเห็นวิวข้ามไปถึงเชียงราย ลมแรงเกือบตลอดปี และเป็นหนึ่งในไม่กี่ที่ในเชียงใหม่ที่อุณหภูมิเคยลงถึงศูนย์องศา
ดอยม่อนล้านไม่ได้เป็นแหล่งท่องเที่ยวมาแต่เดิม เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2547 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯ ไปทอดพระเนตรพื้นที่บริเวณนี้ หลังได้รับรายงานว่าผืนป่าถูกบุกรุกแผ้วถางทำไร่หมุนเวียนเป็นแนวกว้างราวหนึ่งหมื่นหนึ่งพันไร่ จากนั้นจึงเกิดโครงการสถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงขึ้นมา
ผลของโครงการคือสิ่งที่คุณเห็นวันนี้ ป่ากลับมาเขียว มีแปลงเกษตรบนสันดอย และชาวบ้านมีรายได้จากการปลูกผักเมืองหนาวแทนการถางป่า เวลาไปเที่ยว จึงมีบริบทมากกว่าแค่จุดถ่ายรูป
บนดอยมีบ้านพักรวมสิบหลัง ในส่วนของโครงการเกษตรที่สูงให้บริการเจ็ดหลัง พักได้หลังละสี่ถึงห้าคน มีเครื่องนอนให้ ไฟฟ้าใช้ได้ตลอดวันไม่จำกัดเวลา และมีเครื่องทำน้ำอุ่น ซึ่งสำคัญกว่าที่คิดเมื่ออุณหภูมิลงเลขตัวเดียว
ลานกางเต็นท์กว้างมาก รองรับได้ถึงสี่ร้อยคนต่อวัน นำเต็นท์มาเองได้ มีห้องน้ำและห้องอาบน้ำสะอาดให้บริการ ค่าใช้จ่ายคิดเป็นค่าบำรุงรักษาสถานที่ประมาณห้าร้อยบาทต่อคืนต่อหลัง
ข้อสำคัญที่สุดของที่นี่คือ ไม่มีร้านอาหาร ต้องเตรียมเสบียงขึ้นไปเอง แล้วใช้ห้องครัวส่วนกลางที่โครงการจัดไว้ให้
หมุนดูได้รอบตัวก่อนตัดสินใจออกเดินทาง ใช้ได้ทั้งบนมือถือและคอมพิวเตอร์
กางเต็นท์ได้ครับ ลานกางเต็นท์กว้างและรองรับได้ถึง 400 คนต่อวัน นำเต็นท์มาเองได้ มีห้องน้ำและห้องอาบน้ำให้บริการ ส่วนค่าใช้จ่ายคิดเป็นค่าบำรุงรักษาสถานที่ ประมาณ 500 บาทต่อคืนต่อหลังสำหรับบ้านพัก
ไม่มีร้านอาหารครับ ต้องเตรียมอาหารและน้ำขึ้นไปเอง แต่ทางโครงการมีห้องครัวส่วนกลางให้ใช้ทำอาหารได้ แนะนำให้ซื้อของให้ครบตั้งแต่ในตัวอำเภอพร้าวก่อนขึ้นดอย
หนาวเกือบตลอดทั้งปีเพราะมีลมและหมอกปกคลุม ยกเว้นช่วงฤดูเผาป่า ส่วนในฤดูหนาวอุณหภูมิเคยลงต่ำสุดถึง 0 องศาเซลเซียส จึงควรเตรียมเครื่องกันหนาวไปให้เพียงพอแม้จะไปนอกฤดูหนาว
ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายนเป็นฤดูเผาในภาคเหนือ ทัศนวิสัยบนดอยจะลดลงมากและคุณภาพอากาศไม่ดี ทำให้มองไม่เห็นวิวที่เป็นจุดขายหลักของที่นี่ ควรเลี่ยงหรือตรวจสอบค่าฝุ่นก่อนเดินทาง
อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติศรีลานนา และมีเขตติดต่อกับอุทยานแห่งชาติขุนแจ รวมถึงติดต่อกับสองอำเภอของจังหวัดเชียงราย ควรสอบถามระเบียบและค่าธรรมเนียมกับเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ก่อนเข้าพื้นที่