← phrao.travel อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ · 50190
ประวัติศาสตร์ · อ่าน 8 นาที

เมืองป้าววังหิน — เจ็ดร้อยปีของอำเภอพร้าว

ก่อนจะเป็นอำเภอที่คนขับผ่านไปเชียงดาว พร้าวเคยเป็นเมืองที่พญามังรายเลือกด้วยตัวเอง เคยชื่อนครป้าว และเคยมีกษัตริย์ล้านนาองค์สำคัญปกครองก่อนขึ้นครองราชย์

ชื่อที่หายไป

คนพร้าวเรียกบ้านตัวเองว่า เมืองป้าว มาตลอด ส่วนในเอกสารเก่าจะพบสองชื่อคือ เวียงพร้าววังหิน และ เวียงแจ้สัก

ชื่อ "วังหิน" บอกลักษณะภูมิประเทศตรงตัว เพราะที่ราบผืนนี้ถูกล้อมด้วยภูเขาหินที่แข็งแรงราวกำแพงทุกด้าน มีทางออกไปได้เพียงไม่กี่ทางคือเมืองฝาง เวียงป่าเป้า แม่แตง และเชียงดาว

สภาพแบบนี้ทำให้พร้าวเป็นทั้งที่มั่นทางทหารและแหล่งปลูกข้าวชั้นดี เพราะน้ำจากภูเขารอบด้านไหลลงมารวมกันในแอ่ง ซึ่งเป็นเหตุผลเดียวกับที่ทำให้พญามังรายหยุดที่นี่

พญามังรายเลือกที่นี่

เรื่องราวปรากฏในตำนานโยนก เริ่มจากปี พ.ศ. 1780 เมื่อพระเจ้าลาวเม็ง ผู้ครองหิรัญนครเงินยาง มีโอรสกับพระนางเทพคำข่าย ชื่อ เม็งราย

ปี พ.ศ. 1801 พระเจ้าลาวเม็งสวรรคต เม็งรายขึ้นครองราชย์ขณะพระชนมายุ 20 พรรษา ทรงมีพระโอรสสามพระองค์คือ ขุนเครื่อง ขุนคราม และขุนเครือ

ปี พ.ศ. 1816 พระองค์ทราบข่าวว่าหริภุญชัยหรือเมืองลำพูนอุดมสมบูรณ์ จึงเริ่มวางแผนยึดครอง

จุดที่พร้าวเข้ามาในประวัติศาสตร์

ปี พ.ศ. 1823 พญามังรายมอบเมืองเชียงรายให้ขุนครามปกครอง แล้วยกทัพมุ่งสู่ลำพูน ระหว่างทางพระองค์ผ่านที่ราบผืนหนึ่ง แล้วทรงเห็นว่าเป็นชัยภูมิที่เหมาะสมตามตำรา จึงตั้งเมืองขึ้นที่นั่น

นั่นคือเมืองพร้าว และเป็นเหตุผลที่เว็บนี้ระบุปีก่อตั้งไว้ที่ พ.ศ. 1824

ยุคนครป้าว

หลังสร้างเชียงใหม่ในชื่อ นพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่ พญามังรายส่งขุนเครือ พระโอรสองค์ที่สาม มาปกครองเมืองป้าว

ขุนเครือบูรณะและขยายเมืองป้าววังหินจนเจริญขึ้นมาก ถึงขั้นได้รับการขนานนามว่า นครป้าว ศูนย์กลางของเวียงในยุคนั้นอยู่บริเวณวัดพระเจ้าล้านทอง ซึ่งยังปรากฏอยู่จนถึงทุกวันนี้

ขุนเครือครองนครป้าวอยู่นานเท่าไรไม่ปรากฏหลักฐาน ทราบเพียงว่าปีสุดท้ายทรงถูกพญามังรายลงทัณฑ์ด้วยข้อหาผิดประเวณีกับพี่สะใภ้ และถูกเนรเทศไปยังเมืองปาย ซึ่งอยู่ในจังหวัดแม่ฮ่องสอนปัจจุบัน

หลังจากนั้นนครป้าวถูกลดฐานะลงเป็นเมืองลูกหลวง และเมื่อกษัตริย์ล้านนาองค์ใดไม่มีราชบุตร ก็จะส่งขุนนางคนสนิทมาปกครองแทน

เจ้าติโลกราชก่อนขึ้นครองราชย์

จุดที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้คือ ในรัชสมัยพระเจ้าแกน ราวปี พ.ศ. 1954 ถึง 1958 พระองค์ส่งราชบุตรองค์ที่หกมาปกครองนครป้าว

ราชบุตรองค์นั้นคือ เจ้าติโลกราช ซึ่งต่อมาขึ้นเป็นพระเจ้าติโลกราช หนึ่งในกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของอาณาจักรล้านนา ผู้ทำให้เชียงใหม่รุ่งเรืองถึงขีดสุดและเป็นผู้จัดสังคายนาพระไตรปิฎกครั้งที่แปดของโลก

นับเป็นเจ้านายองค์สุดท้ายที่ปกครองในฐานะนครป้าว

ร่องรอยจากยุคนี้ยังเห็นได้ที่วัดพระธาตุดอยเวียงชัยมงคล ตำบลโหล่งขอด ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นที่ที่เคยเป็นที่ตั้งทัพ และยังปรากฏแนวคูเมืองเก่ารอบองค์เจดีย์

เมืองร้างและการกลับมา

ระหว่างยุคที่ล้านนาถูกพม่าปกครองและสงครามต่อเนื่องหลายร้อยปี ผู้คนกระจัดกระจายออกจากพื้นที่ เวียงพร้าววังหินซบเซาลงจนแทบกลายเป็นเมืองร้าง

การฟื้นตัวจริงเกิดขึ้นในช่วง พ.ศ. 2401 ถึง 2444 สมัยพญาเขื่อนเมือง นามเดิมบุญมา ซึ่งปกครองเวียงพร้าววังหินในฐานะเมืองลูกหลวงของเชียงใหม่

ในช่วงสิบสี่ปีแรก ท่านรวบรวมผู้คนที่กระจัดกระจายอยู่ราวหกพันคน กลับมาสร้างเวียงพร้าวขึ้นใหม่ และสิ่งที่น่าสนใจคือท่านนำผังเมืองของนพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่มาใช้เป็นผังเมืองพร้าว

วัดกลางเวียงที่เห็นทุกวันนี้คือผลงานจากยุคนั้น เดิมชื่อวัดศรีบุญเรืองกลางเวียง สร้างโดยพญาเขื่อนเมือง และปัจจุบันเป็นสถานที่จัดประเพณีใส่ขันดอกบูชาอินทขิลประจำปี

ส่วนวัดพระธาตุกลางใจเมือง หรือที่ชาวบ้านเรียกว่าสะดือเมือง เป็นจุดที่ถือกันว่าเป็นศูนย์กลางของเวียงตามคติล้านนา

ถนนที่ยังไม่เคยพอ

ตลอดศตวรรษที่ยี่สิบ การเข้าพร้าวยากมาก มีบันทึกจากผู้ที่มากราบหลวงปู่แหวนราวปี พ.ศ. 2519 ว่าต้องอ้อมไปทางอำเภอแม่แตง ผ่านวัดบ้านปง วัดอรัญวิเวก ไปแม่หอพระ แล้วจึงเลี้ยวเข้าวัดดอยแม่ปั๋ง

ทางหลวงหมายเลข 1001 สายเชียงใหม่ – พร้าว มีมาก่อนหน้านั้นแล้ว หลักฐานที่ชัดที่สุดคือหมวดทางหลวงพร้าวก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2520 ตั้งอยู่ริมทางหลวงสายนี้ที่กิโลเมตร 88+270 ตำบลเขื่อนผาก

ปัญหาไม่ใช่ว่ามีถนนหรือไม่ แต่คือถนนแบบไหน

ทางหลวง 1001 ช่วงสันทราย ถึง พร้าว ยาวราว 80 กิโลเมตร และเป็นถนนสองช่องจราจรมาโดยตลอด ต้องไต่ข้ามภูเขาและคดเคี้ยว ทำให้ระยะทางไม่ไกลแต่ใช้เวลานาน

โครงการขยายเป็นสี่ช่องจราจรเคยมีผลศึกษาเบื้องต้นเมื่อราวปี 2553 แต่เพิ่งเริ่มก่อสร้างจริงในช่วง 14 กิโลเมตรแรก โดยเริ่มสัญญาเมื่อ 3 กรกฎาคม 2563 และยังมีงานปรับปรุงต่อเนื่องมาถึงปี 2566

นี่คือคำอธิบายว่าทำไมพร้าวถึงยังไม่พลุกพล่านเหมือนเมืองรองอื่นในเชียงใหม่ ทั้งที่มีของครบทั้งประวัติศาสตร์ ธรรมชาติ และศรัทธา — ไม่ใช่เพราะไม่มีถนน แต่เพราะถนนยังเป็นสองเลนข้ามดอย และการขยายเพิ่งเริ่มเมื่อไม่กี่ปีมานี้

ในทางกลับกัน นี่ก็เป็นเหตุผลที่พร้าวยังคงสภาพเดิมไว้ได้มากกว่าเมืองรองที่ถนนดีกว่า

สิ่งที่ประวัติศาสตร์บอกกับคนที่จะมาเที่ยว

พร้าวไม่ใช่เมืองที่เพิ่งถูกค้นพบ แต่เป็นเมืองที่เคยเจริญ แล้วเงียบไป แล้วกลับมาใหม่ สองรอบในเจ็ดร้อยปี

สิ่งที่เห็นวันนี้ ทั้งแนวคูเมืองที่โหล่งขอด ผังเมืองแบบเชียงใหม่ในตัวเวียง และวัดที่กระจายอยู่ทุกตำบล ล้วนเป็นชั้นตะกอนจากยุคต่างๆ ที่ทับกันอยู่

ตามรอยด้วยตัวเอง

ถ้าอยากเห็นประวัติศาสตร์ที่เล่ามาทั้งหมดด้วยตา นี่คือลำดับที่ผมแนะนำ

ทั้งหมดอยู่ในระยะขับรถไม่เกินหนึ่งชั่วโมงจากตัวอำเภอ ใช้เวลาหนึ่งวันเต็มพอดี

คำถามที่พบบ่อย

ถามกันมาบ่อย

อำเภอพร้าวเดิมชื่ออะไร

ชื่อพื้นบ้านคือเมืองป้าว ส่วนชื่อในเอกสารโบราณมีสองชื่อคือ เวียงพร้าววังหิน และ เวียงแจ้สัก คำว่าวังหินมาจากลักษณะภูมิประเทศที่เป็นที่ราบล้อมด้วยภูเขาหินราวกำแพงทุกด้าน

ใครเป็นผู้ก่อตั้งเมืองพร้าว

พญามังราย ในปี พ.ศ. 1823 ระหว่างยกทัพจากเชียงรายไปตีหริภุญชัยหรือเมืองลำพูน พระองค์ผ่านที่ราบผืนนี้แล้วเห็นว่าเป็นชัยภูมิที่เหมาะสมตามตำรา จึงตั้งเมืองขึ้น จากนั้นส่งขุนเครือ พระโอรสองค์ที่สาม มาปกครอง

นครป้าวคืออะไร

เป็นชื่อที่เมืองพร้าวได้รับในยุคที่ขุนเครือ พระโอรสองค์ที่สามของพญามังราย ปกครองและบูรณะเมืองจนเจริญรุ่งเรือง ศูนย์กลางของเวียงในยุคนั้นอยู่บริเวณวัดพระเจ้าล้านทอง ต่อมาเมื่อขุนเครือถูกเนรเทศ นครป้าวจึงถูกลดฐานะลงเป็นเมืองลูกหลวง

พระเจ้าติโลกราชเกี่ยวข้องกับพร้าวอย่างไร

ในรัชสมัยพระเจ้าแกน ราวปี พ.ศ. 1954 ถึง 1958 เจ้าติโลกราชซึ่งเป็นราชบุตรองค์ที่หก ถูกส่งมาปกครองนครป้าวก่อนที่จะขึ้นครองราชย์เป็นพระเจ้าติโลกราชแห่งล้านนา นับเป็นเจ้านายองค์สุดท้ายที่ปกครองในฐานะนครป้าว

ทำไมพร้าวถึงยังไม่พลุกพล่าน

เพราะทางหลวงหมายเลข 1001 สายเชียงใหม่ ถึง พร้าว ช่วงสันทราย ถึง พร้าว ยาวราว 80 กิโลเมตร และเป็นถนนสองช่องจราจรที่ต้องไต่ข้ามภูเขามาโดยตลอด ระยะทางไม่ไกลแต่ใช้เวลานาน โครงการขยายเป็นสี่ช่องจราจรเพิ่งเริ่มก่อสร้างช่วง 14 กิโลเมตรแรกเมื่อเดือนกรกฎาคม 2563 ตัวถนนเองมีมานานแล้ว โดยหมวดทางหลวงพร้าวก่อตั้งริมถนนสายนี้ตั้งแต่ พ.ศ. 2520

อ่านต่อ

ที่เกี่ยวข้อง

อ่านต่อ วัดพระธาตุดอยเวียงชัยมงคล เจดีย์ 730 ปี บนที่ตั้งทัพเก่าและแนวคูเมือง อ่านต่อ วัดดอยแม่ปั๋ง แดนธรรมหลวงปู่แหวน ชั้นประวัติศาสตร์ที่ใหม่กว่า อ่านต่อ วัดและเส้นทางสายบุญ รวมวัดสำคัญทั้งหมดของอำเภอ
ที่มา

แหล่งข้อมูล

บทความนี้เรียบเรียงจากเอกสารและแหล่งข้อมูลด้านล่าง ไม่ได้เขียนจากความทรงจำหรือการคาดเดา หากพบข้อมูลคลาดเคลื่อน แจ้งเราได้ที่ หน้าติดต่อ

เอกสารอ้างอิง

  • ตำนานโยนก — เอกสารหลักที่บันทึกการก่อตั้งเมืองพร้าวในสมัยพญามังราย
  • ระบบสารสนเทศด้านการท่องเที่ยวและผลิตภัณฑ์ชุมชนอำเภอพร้าว — ประวัติวัดกลางเวียงและพญาเขื่อนเมือง
  • ที่ว่าการอำเภอพร้าว — ข้อมูลการก่อตั้งและคำขวัญประจำอำเภอ
  • กรมทางหลวง — แขวงทางหลวงเชียงใหม่ที่ 3 — ข้อมูลหมวดทางหลวงพร้าวและทางหลวงหมายเลข 1001
  • รายงานข่าวท้องถิ่นจังหวัดเชียงใหม่ — ความคืบหน้าโครงการขยายทางหลวง 1001 เป็นสี่ช่องจราจร

ข้อควรทราบ

  • ศักราชในตำนานล้านนาบางช่วงมีความคลาดเคลื่อนระหว่างเอกสารแต่ละฉบับ
  • บทความนี้ใช้ปีตามที่ปรากฏในเอกสารส่วนใหญ่ และระบุคำว่า "ราว" เมื่อไม่แน่ชัด
  • เผยแพร่เมื่อ 19 สิงหาคม 2569