← phrao.travel อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ · 50190
ประวัติศาสตร์ · อ่าน 6 นาที

เมืองเก่าวังหิน — ทำไมอำเภอพร้าวถึงได้ชื่อนี้

คนพร้าวท่องคำขวัญนี้กันได้ทั้งอำเภอ แต่พอถามว่าวังหินคืออะไร คำตอบกลับไม่ได้อยู่ในตำนาน บทความนี้พาไล่ดูว่าเอกสารเก่าบอกอะไรไว้บ้าง และบอกตรงไหนว่าไม่รู้

คำขวัญที่ท่องกันทั้งอำเภอ

คำขวัญประจำอำเภอพร้าวขึ้นต้นด้วยสี่คำที่คนที่นี่คุ้นที่สุด

เมืองเก่าวังหิน ถิ่นประเพณีล้ำค่า บูชาพระเจ้าล้านทอง
เรืองรองเกษตรกรรม แดนธรรมหลวงปู่แหวน

สี่ท่อนหลังชี้ไปที่สิ่งที่จับต้องได้ทั้งหมด ประเพณีใส่ขันดอกและสรงน้ำพระ พระเจ้าล้านทองที่ตำบลน้ำแพร่ ทุ่งนาที่เลี้ยงคนทั้งอำเภอ และวัดดอยแม่ปั๋งของหลวงปู่แหวน ชี้นิ้วไปได้ทุกท่อน

เหลือท่อนแรกท่อนเดียวที่ชี้ไม่ได้ เพราะวังหินไม่ใช่ชื่อวัด ไม่ใช่ชื่อตำบล และไม่มีป้ายไหนในอำเภอเขียนคำนี้ไว้ คำถามว่ามันมาจากไหนจึงไม่ใช่คำถามที่ตอบได้ด้วยการขับรถไปดู

เมืองเดียว แต่มีสามชื่อ

เอกสารเก่าเรียกเมืองนี้ไม่ตรงกันเลย คนในพื้นที่เรียกบ้านตัวเองว่า เมืองป้าว มาตลอด ส่วนในเอกสารโบราณจะพบอีกสองชื่อคือ เวียงพร้าววังหิน และ เวียงแจ้สัก

ทั้งสามชื่อหมายถึงที่เดียวกัน และทั้งหมดปรากฏอยู่ในเรื่องเล่าชุดเดียวกัน ซึ่งสืบไปถึงตำนานโยนก ใจความว่าใน พ.ศ. 1823 พญามังรายยกทัพจากหิรัญนครเงินยาง ซึ่งคือเชียงรายในปัจจุบัน มุ่งไปตีหริภุญชัยหรือเมืองลำพูน ระหว่างทางพระองค์ผ่านที่ราบผืนหนึ่งแล้วเห็นว่าเป็นชัยภูมิที่ดีตามตำราพิชัยสงคราม ทั้งยังมีพืชพันธุ์ธัญญาหารอุดมสมบูรณ์ จึงหยุดทัพสะสมเสบียงและไพร่พล ตั้งค่ายคูประตูหอรบไว้บนสันดอยแห่งหนึ่ง

ตำนานบันทึกว่าพระองค์ขนานนามเมืองนี้ว่า นครป้าว แล้วเติมต่อว่า บางตำนานเรียก นครแจ้สัก หรือ เมืองป้าววังหิน

ตำนานเล่าชื่อ แต่ไม่ได้เล่าเท่ากันทุกชื่อ

ประโยคที่ว่า บางตำนานว่า สำคัญกว่าที่เห็น เพราะมันแปลว่าผู้เรียบเรียงรู้ว่ามีหลายชื่อ แต่หยิบมาวางไว้เฉยๆ โดยไม่ได้บอกว่าแต่ละชื่อมาจากอะไร ยกเว้นชื่อเดียว

ตำนานอธิบายคำว่า ป้าว ไว้ชัด

ชื่อเดียวที่ตำนานอธิบายไว้คือคำว่า ป้าว และอธิบายไว้สองทางพร้อมกัน

ทางแรก ป้าวมาจาก ป่าวร้องกะเกณฑ์ไพร่พล ซึ่งตรงกับสิ่งที่พญามังรายมาทำที่นี่พอดี คือหยุดทัพเพื่อรวบรวมคนและเสบียงก่อนเดินทางต่อ

ทางที่สอง ป้าวในภาษาถิ่นหมายถึง มะพร้าว เพราะลักษณะภูมิประเทศของที่นี่มีภูเขาล้อมรอบกลมกลืนเหมือนลูกมะพร้าว

คำอธิบายทางที่สองยังตรวจสอบได้ด้วยตาจนถึงทุกวันนี้ ที่ราบพร้าวเป็นแอ่งที่มีทิวดอยขนาบอยู่เกือบรอบด้าน เปิดช่องออกทางทิศใต้ไว้เพียงเล็กน้อย ยืนกลางทุ่งแล้วหันไปทางไหนก็เห็นขอบเขาตัดเส้นขอบฟ้า

ชื่อ พร้าว ที่ใช้ในราชการทุกวันนี้ ก็คือคำว่า ป้าว ที่เขียนตามเสียงภาษากลางนั่นเอง

แล้ว วังหิน มาจากไหน

ตรงนี้คือจุดที่ต้องพูดให้ตรง เอกสารที่หาได้ในชั้นนี้ไม่มีฉบับใดอธิบายคำว่าวังหินไว้เลย ตำนานวางคำนี้ไว้ท้ายชื่อเมืองเฉยๆ แล้วเดินเรื่องต่อ

สิ่งที่พอทำได้คือดูว่าคำว่า วัง ถูกใช้อย่างไรในชื่อบ้านนามเมืองทางเหนือ ซึ่งมีสองทางหลัก

ทำไมเราไม่ฟันธงให้

ทั้งสองทางข้างบนเป็นการอ่านความหมายของคำ ไม่ใช่สิ่งที่เอกสารเก่าเขียนไว้ ใครที่เขียนอธิบายคำว่าวังหินอย่างมั่นใจ มักจะกำลังเดาเหมือนกัน เราจึงเลือกบอกว่ายังไม่มีคำตอบ ดีกว่าแต่งคำตอบที่ฟังดูดี

ถ้าท่านใดมีเอกสาร ใบลาน หรือคำบอกเล่าของผู้เฒ่าที่พูดถึงคำนี้โดยตรง ส่งมาให้เราได้เลยครับ เราจะแก้บทความนี้และให้เครดิตไว้

แจ้สัก กับ เวียงหวาย สองชื่อที่หายไป

อีกสองชื่อในตำนานก็ไม่ได้ถูกอธิบายเช่นกัน

แจ้สัก ปรากฏในรูป เวียงแจ้สัก และ นครแจ้สัก เป็นชื่อที่เลิกใช้ไปแล้วในชีวิตประจำวัน แต่ยังอยู่ในหนังสือประวัติเมืองแทบทุกเล่ม

เวียงหวาย ต่างออกไป เพราะตำนานระบุชัดว่าเป็นชื่อสันดอย ที่พญามังรายตั้งค่ายคูประตูหอรบไว้ ไม่ใช่ชื่อของตัวเมือง พูดอีกอย่างคือเวียงหวายเป็นที่มั่นแรก ส่วนตัวเมืองที่อยู่ต่อมาเป็นคนละจุดกัน

ตำนานเล่าว่าเมืองยังสร้างไม่เสร็จ พญามังรายก็ยกทัพลงใต้ต่อไปตามลำน้ำปิง และสร้างเมืองใหม่ที่นั่นในชื่อนครพิงค์ หรือเชียงใหม่ หลังจากเมืองป้าวราวสิบห้าปี จากนั้นจึงส่งขุนเครือ พระโอรสองค์ที่สาม กลับมาปกครองเมืองป้าว ขุนเครือบูรณะและต่อเติมเมืองจนได้ชื่อว่านครป้าว โดยศูนย์กลางของเวียงในยุคนั้นอยู่บริเวณวัดพระเจ้าล้านทอง ซึ่งยังอยู่จนถึงทุกวันนี้

หลักฐานว่าเมืองนี้เคยใหญ่จริง

ต่อให้ที่มาของชื่อยังค้างอยู่ สิ่งที่ไม่ค้างคือฐานะของเมือง พร้าวมีฐานะเป็นเมืองลูกหลวงของเชียงใหม่ คือเมืองที่เจ้านายชั้นสูงถูกส่งมาปกครอง และร่องรอยของฐานะนั้นยังอ่านได้จากผังเมือง

เลขเจ็ดสิบวัดคือตัวเลขที่บอกขนาดของเมืองได้ตรงที่สุด เพราะวัดในล้านนาไม่ได้สร้างลอยๆ แต่สร้างตามชุมชน วัดร้างเจ็ดสิบแห่งจึงแปลว่าเคยมีคนมากพอจะเลี้ยงวัดได้เจ็ดสิบแห่ง

วันที่คำว่า เมือง ถูกตัดออก

ชื่อทางราชการของที่นี่เคยเป็น อำเภอเมืองพร้าว ก่อนจะถูกเปลี่ยนเป็น อำเภอพร้าว ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง เปลี่ยนชื่ออำเภอ ลงวันที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2460

ส่วนการปกครองสมัยก่อนหน้านั้นเรียกหัวเมืองว่าแขวง คือ แขวงเมืองพร้าว นายแขวงคนแรกชื่อนายจันทร์ และคนสุดท้ายคือขุนชำนินรการ ก่อนที่ในปี พ.ศ. 2475 จะเปลี่ยนจากแขวงมาเป็นอำเภอ และมีนายอำเภอปกครองมาจนถึงทุกวันนี้

คำขวัญเก็บสิ่งที่เอกสารราชการตัดทิ้ง

เมื่อปี 2460 ตัดคำว่า เมือง ออกจากชื่ออำเภอ สิ่งที่หายไปด้วยคือคำใบ้ว่าที่นี่เคยเป็นเมือง ไม่ใช่แค่อำเภอหนึ่งของเชียงใหม่

คำขวัญที่ขึ้นต้นว่า เมืองเก่าวังหิน จึงทำหน้าที่เหมือนการทวงคืน มันเอาทั้งคำว่าเมือง และคำว่าวังหินที่ไม่มีใครอธิบายได้ กลับมาไว้ในประโยคแรกที่เด็กพร้าวทุกคนต้องท่อง

ไปดูด้วยตาได้ที่ไหน

ถ้าอยากเห็นสิ่งที่เล่ามาทั้งหมด นี่คือลำดับที่แนะนำ

ส่วนเรื่องราวตั้งแต่ยุคขุนเครือจนถึงยุคที่เมืองร้างแล้วกลับมาใหม่ อ่านต่อได้ที่บทความประวัติอำเภอพร้าว

บทความนี้เรียบเรียงจากเอกสารที่เผยแพร่ต่อกันมา ซึ่งอ้างตำนานโยนกเป็นหลัก ตำนานกับหลักฐานทางโบราณคดีอาจไม่ตรงกันเสมอไป และปี พ.ศ. ในแต่ละสำนวนก็คลาดกันอยู่บ้าง หากท่านมีข้อมูลเพิ่มเติมหรือพบข้อมูลคลาดเคลื่อน รบกวนแจ้งเราเพื่อแก้ไข

คำถามที่พบบ่อย

ถามกันมาบ่อย

ทำไมคำขวัญอำเภอพร้าวขึ้นต้นว่าเมืองเก่าวังหิน

เพราะเวียงพร้าววังหินเป็นชื่อของเมืองนี้ในเอกสารโบราณ อำเภอพร้าวไม่ได้เพิ่งตั้งขึ้นเป็นอำเภอ แต่เคยมีฐานะเป็นเมืองลูกหลวงของเชียงใหม่มาตั้งแต่สมัยพญามังราย คำขวัญจึงเริ่มด้วยการบอกว่าที่นี่เคยเป็นเมือง

วังหินแปลว่าอะไร

ยังไม่มีเอกสารฉบับใดอธิบายไว้ตรงๆ ตำนานโยนกบอกเพียงว่าเมืองนี้มีชื่อหนึ่งว่าเมืองป้าววังหิน โดยไม่ได้บอกที่มา คำว่าวังในชื่อบ้านนามเมืองทางเหนือใช้ได้ทั้งความหมายว่าห้วงน้ำลึกในลำน้ำ และความหมายว่าที่ประทับของเจ้าผู้ครองเมือง แต่ทั้งสองทางเป็นการอ่านความหมายของคำ ไม่ใช่สิ่งที่เอกสารเขียนไว้

ป้าว กับ พร้าว ต่างกันไหม

เป็นคำเดียวกัน ป้าวคือเสียงที่คนพื้นถิ่นเรียก ส่วนพร้าวคือการเขียนตามเสียงภาษากลาง ตำนานอธิบายคำนี้ไว้สองทาง ทางแรกมาจากการป่าวร้องกะเกณฑ์ไพร่พล ทางที่สองคือคำว่ามะพร้าวในภาษาถิ่น เพราะที่ราบผืนนี้มีภูเขาล้อมรอบกลมเหมือนลูกมะพร้าว

เวียงหวายคือที่เดียวกับเวียงพร้าววังหินไหม

คนละจุดกัน ตำนานระบุว่าเวียงหวายเป็นชื่อสันดอยที่พญามังรายตั้งค่ายคูประตูหอรบไว้เป็นที่มั่นแรก ส่วนตัวเมืองในยุคต่อมามีศูนย์กลางอยู่บริเวณวัดพระเจ้าล้านทอง ตำบลน้ำแพร่

อำเภอพร้าวเคยชื่ออำเภอเมืองพร้าวจริงไหม

จริงครับ ชื่อเดิมคืออำเภอเมืองพร้าว เปลี่ยนมาเป็นอำเภอพร้าวตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง เปลี่ยนชื่ออำเภอ ลงวันที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2460

อ่านต่อ

ที่เกี่ยวข้อง

อ่านต่อ ประวัติอำเภอพร้าว เจ็ดร้อยปีตั้งแต่ยุคขุนเครือถึงพญาเขื่อนเมือง อ่านต่อ พระเจ้าล้านทอง พระพุทธรูปในคำขวัญ และศูนย์กลางเวียงยุคนครป้าว อ่านต่อ วัดกลางเวียง หมุดกลางผังเมืองพร้าวที่ถอดแบบจากเชียงใหม่
ที่มา

แหล่งข้อมูล

บทความนี้เรียบเรียงจากเอกสารและแหล่งข้อมูลด้านล่าง ไม่ได้เขียนจากความทรงจำหรือการคาดเดา หากพบข้อมูลคลาดเคลื่อน แจ้งเราได้ที่ หน้าติดต่อ

เอกสารอ้างอิง

  • ตำนานโยนก — เรื่องการตั้งเมืองของพญามังราย พ.ศ. 1823 ชื่อนครป้าว นครแจ้สัก เมืองป้าววังหิน และคำอธิบายคำว่าป้าว ผ่านเอกสารประวัติอำเภอพร้าวที่เผยแพร่สืบต่อกันมา
  • อดีตเมืองพร้าว สังคมเชียงใหม่ เล่ม 21 — พ.ต.อ.อนุ เนินหาด พิมพ์ครั้งที่ 1 ธันวาคม 2551 วนิดาเพรส เชียงใหม่ ระบุว่าเมืองพร้าวมีชื่อเดิมว่าเวียงพร้าววังหินหรือแจ้สัก และมีฐานะเป็นเมืองลูกหลวงของเชียงใหม่
  • ราชกิจจานุเบกษา — ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง เปลี่ยนชื่ออำเภอ ลงวันที่ 29 เมษายน 2460 เปลี่ยนอำเภอเมืองพร้าวเป็นอำเภอพร้าว
  • เอกสารประวัติท้องถิ่นอำเภอพร้าว — ข้อมูลประตูเมืองและแจ่งเมืองที่ชื่อตรงกับเชียงใหม่ แนวคูคันดินรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า และจำนวนวัดร้างราว 70 วัด

ข้อควรทราบ

  • ศักราชในตำนานล้านนาบางช่วงมีความคลาดเคลื่อนระหว่างเอกสารแต่ละฉบับ
  • บทความนี้ใช้ปีตามที่ปรากฏในเอกสารส่วนใหญ่ และระบุคำว่า "ราว" เมื่อไม่แน่ชัด
  • เผยแพร่เมื่อ 19 สิงหาคม 2569